หญ้ามาเลเซีย

 

หญ้ามาเลเซีย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
หญ้ามาเลเซีย เป็นหญ้าอายุหลายปี ลำต้นแตกต้นใหม่เลื้อยเป็นไหลตามหน้าดิน โดยไหลจะแตกรากตามข้อหยั่งลึกลงดิน และแตกเป็นกอหรือลำต้นใหม่ไปเรื่อยๆจนปกคลุมหน้าดินจนทั่วลำต้นหญ้าหญ้ามาเลเซียมีลักษณะเป็นไหล และเป็นข้อปล้องทรงกลม ขนาดลำต้นประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เถายาวเป็นช่วงๆ 5-10 เซนติเมตร และต่อเนื่องกันเป็นกอใหม่เรื่อย

ใบ
หญ้ามาเลเซีย เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีกาบใบสั้นๆห่อหุ้มลำต้น ใบมีลักษณะทรงกระบอก โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขนาดใบกว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 5-15 เซนติเมตร ปกคลุมสูงเหนือพื้น แผ่นใบเรียบ สีเขียวสดถึงเขียวเข้ม ขอบใบเป็นลูกคลื่น และมีขนปกคลุมที่ขอบใบ

ดอก
หญ้ามาเลเซีย เป็นดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีดอกย่อย 3-5 ดอก ขนาดช่อดอกยาว 2-2.5 เซนติเมตร ที่มีดอกสีขาวอมเขียวเรียงซ้อนเป็นแถวยาวจำนวนมาก

หญ้ามาเลเซีย

ประโยชน์ของหญ้ามาเลเซีย
1. หญ้ามาเลเซียใช้ปลูกเป็นลานหญ้าหรือสนามหญ้าเป็นหลัก ได้แก่
    – พื้นที่ว่างภายในบ้าน
    – แปลงจัดสวน
    – สนามกีฬาหรือสนามฟุตบอล
    – ลานสนามเด็กเล่น
    – ลานหญ้าสวนสาธารณะหรือพื้นที่ว่างตามสถานที่ราชการต่างๆ
    – สนามกอล์ฟ
2. ช่วยให้สนามหญ้าหรือลานหญ้าดูเรียบ ลานหญ้ามีสีเขียวสด แลดูสวยงาม
3. ช่วยปกคลุมหน้าดินคลุมดิน ป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน และป้องกันไม่ให้มีหญ้าชนิดอื่นที่มีต้นสูงขึ้นปกคลุม
4. ใช้เป็นอาหารเลี้ยงโค กระบือ หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ

คุณสมบัติของหญ้ามาเลเซีย
    – ลำต้นแตกเหง้า และไหลเลื้อยตามผิวดิน และมีใบจะแตกออกปกคลุมหน้าดิน
    – ลำต้นแตกเหง้า และไหลได้เร็ว ทำให้เพิ่มกอหญ้าปกคลุมหน้าดินได้เร็ว
    – ลำต้น และใบยืดทนต่อการเหยียบย่ำได้ดี
    – เวลาเดินผ่านจะรู้สึกเย็น และนุ่มเท้า แต่จะรู้สึกนุ่มน้อยกว่าหญ้านวลน้อย
    – ใบมีลักษณะหยาบน้อย อ่อนตัวได้ดี ทำให้ตัดตกแต่งได้ง่าย
    – ลำต้น และใบมีขนาดสั้น ปกคลุมเรียบตามหน้าดิน
    – สามารถเติบโตได้ดี ทั้งในที่โล่ง และใต้ร่มไม้ที่มีแสงรำไร
    – ทนต่อต่อสภาพแห้งแล้งได้เล็กน้อย
    – ทนต่อสภาพน้ำขังได้ดี
    – เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ยกเว้นดินเค็ม
    – ทนต่อดินต่อดินเปรี้ยวได้ดี
    – ไม่พบโรค และแมลงกัดกินใบ

ข้อเสียของหญ้ามาเลเซีย
    – เป็นหญ้าที่ต้องการน้ำอย่างเพียงพอหรือดินมีความชุ่มชื้นเสมอ
    – หากขาดน้ำมากใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง
    – ใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งจะตัดกับใบอื่นที่มีสีเขียว ทำให้มองเห็นความแตกต่างชัดเจนจนสนามหญ้าแลดูไม่สวยงาม
    – ขอบใบคม และสากมือ

หญ้ามาเลเซีย

ข้อดี-ข้อเสียของหญ้ามาเลเซียกับหญ้านวลน้อย
    – หญ้ามาเลเชียมีแผ่นใบใหญ่กว่า ใบมีสีเขียวสดกว่า ทำให้สนามหญ้าแลดูเขียวมากกว่า แต่ผู้ปลูกบางรายอาจนิยมหญ้านวลน้อยที่มีสีเขียวจางกว่า
    – หญ้ามาเลเชียมีลำต้น และใบสูงกว่าหญ้านวลน้อย ทำให้สนามหญ้าแลดูรกมากกว่า
    – ใบหญ้ามาเลเชียแข็งมากกว่า และมีขนมากกว่าหญ้านวลน้อย ทำให้รู้สึกสาก และระคายผิวมากกว่า
    – ใบหญ้ามาเลเชียแข็งมากกว่าหญ้านวลน้อย เดินผ่าน นั่งหรือนอนจะรู้สึกนุ่มน้อยกว่าหญ้านวลน้อย
    – กอ และใบหญ้ามาเลเชียมีความห่างกันมากกว่าหญ้านวลน้อย ทำให้ตัดตกแต่งได้ง่ายกว่า

การปลูกหญ้ามาเลเซีย
การปลูกหญ้ามาเลเชียสามารถปลูกได้ด้วย 3 วิธี คือ
1. ตัดลำต้นปักชำเป็นจุดๆ แต่ละจุดห่างกัน 10-15 เซนติเมตร
2. ขุดหรือเซาะแผ่นหญ้าที่ให้ดินติดมาด้วยเป็นก้อนๆ ก่อนนำปลูกเป็นหลุมๆ แต่ละหลุมห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร
3. ปลูกเป็นแผ่นๆให้แต่ละแผ่นห่างกันเล็กน้อย 5-10 เซนติเมตร หรือปลูกปูเป็นแผ่นเรียงติดกัน ซึ่งวิธีนี้ จะหาพันธุ์หญ้าด้วยการซื้อตามร้านขายหญ้าทั่วไป

หญ้ามาเลเซีย สำหรับปูสนาม
ขนาด [กว้าง x ยาว x สูง] : 50 x 100 x 6 ซม.